การทำธุรกิจควบคู่ไปกับงานประจำอาจฟังดูเป็นไปไม่ได้สำหรับหลายคน แต่ Ali Abdal เจ้าพ่อด้าน Productivity ที่สามารถทำงานประจำเป็นแพทย์ พร้อมกับสร้างช่อง YouTube ที่มีผู้ติดตามกว่า 6 ล้านคน ได้แชร์เทคนิคการบริหารเวลาของเขา ด้วยแนวคิดการเปลี่ยน “เวลา” ให้เป็น “ทรัพย์สิน” ที่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในบทความนี้ เราจะมาดู 4 เทคนิคสำคัญที่ Ali ใช้ในการจัดสรรเวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อช่วยให้คุณสามารถทำธุรกิจควบคู่ไปกับงานประจำได้จริง
1) Reality Check : อยู่กับความเป็นจริง
ก่อนจะเริ่มบริหารเวลา สิ่งแรกที่ต้องทำคือ “ทำความเข้าใจกับความเป็นจริง” เกี่ยวกับเวลาที่มีอยู่ในแต่ละวัน
- ทุกคนบนโลกมีเวลา 168 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เท่ากัน ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร
- เมื่อหักเวลาสำหรับการนอนหลับ การกิน การพักผ่อน และการทำงานออกไปแล้ว จะเหลือเวลาประมาณ 41 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งสามารถใช้เพื่อทำธุรกิจได้
- หลายคนมักเข้าใจผิดว่า “เดี๋ยวก็หาเวลาได้” แต่ในความเป็นจริงแล้ว หากไม่วางแผนบริหารเวลาให้ดี เวลาเหล่านั้นก็จะหายไปโดยเปล่าประโยชน์
การบ้าน: ลองจดบันทึกกิจกรรมในแต่ละวัน แล้วคำนวณดูว่าเวลาที่เหลือจริง ๆ สำหรับธุรกิจมีอยู่กี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์
2) The Want Factor : รู้ให้ชัดว่าทำไปทำไม
แม้จะจัดสรรเวลาได้แล้ว แต่แค่นั้นยังไม่พอ เพราะระหว่างทางจะต้องเจอกับสิ่งล่อใจและอุปสรรคมากมาย สิ่งสำคัญคือต้องมี “Why” ที่ชัดเจน เพื่อให้สามารถโฟกัสกับเป้าหมายระยะยาวได้
- ตั้งคำถามว่า “ทำไมถึงอยากทำธุรกิจ?” เป็นเพราะต้องการอิสระทางการเงิน? ต้องการสร้าง Impact ให้กับสังคม? หรือมี Passion ในด้านใดด้านหนึ่ง?
- สร้างภาพ Vision ปลายทาง ให้ชัดเจน เช่น คุณอยากให้ธุรกิจของคุณเติบโตไปถึงจุดไหน หรืออยากให้ชีวิตของคุณเปลี่ยนไปอย่างไร?
- หาจุดที่ธุรกิจสามารถตอบโจทย์ ทั้ง Need และ Passion ได้ โดยเน้นว่า “สิ่งที่คุณอยากทำ” สามารถช่วยแก้ปัญหาอะไรให้กับผู้อื่นได้บ้าง?
- ทบทวน Why ทุกวัน เพียง 5-10 นาทีก็เพียงพอ แต่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ
3) Time Creation Formula : สร้างเวลาว่างขึ้นมาเอง
แทนที่จะบ่นว่า “ไม่มีเวลา” ให้เปลี่ยนเป็น “สร้างเวลา” โดยตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกและเพิ่มประสิทธิภาพของเวลาที่มีอยู่
- ตัดเวลาที่สิ้นเปลือง เช่น ลดเวลาเล่นโซเชียลจากวันละ 2 ชั่วโมง เหลือ 1 ชั่วโมง และนำเวลาที่เหลือมาใช้ทำธุรกิจ
- เลือก Golden Hour ของตัวเอง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีพลังงานสูงสุด เช่น บางคนอาจมีประสิทธิภาพในการทำงานช่วงเช้า ในขณะที่บางคนอาจเหมาะกับการทำงานดึก
- Create block of focus ตั้งเวลาโฟกัสอย่างจริงจัง โดยตัดสิ่งรบกวนออกทั้งหมด เช่น ปิดการแจ้งเตือนมือถือ หรือใช้เทคนิค Pomodoro (ทำงาน 25 นาที พัก 5 นาที)
4) Time Stacking : รวมงานไว้ในเวลาเดียวกัน
เทคนิคนี้ช่วยให้สามารถใช้เวลาอย่างคุ้มค่าที่สุด โดยการจัดการงานที่คล้ายกันมาทำพร้อมกัน และใช้เครื่องมือช่วยลดภาระงานที่ซ้ำซ้อน
- Batching Tasks: จัดงานประเภทเดียวกันมาทำพร้อมกัน เช่น การตอบอีเมลทั้งหมดในช่วงเวลาเดียวกัน แทนที่จะตอบเป็นระยะ ๆ ตลอดทั้งวัน
- ใช้ Automation Tools: ลดภาระงานด้วยเครื่องมือต่าง ๆ เช่น:
- Google Calendar Auto-Scheduling เพื่อนัดหมายอัตโนมัติ
- AI ช่วย Draft งานเขียน เช่น ChatGPT หรือ Grammarly
- Email Marketing Automation เช่น Mailchimp หรือ ActiveCampaign
- Multitasking อย่างมีประสิทธิภาพ เลือกทำสองสิ่งพร้อมกันเฉพาะในกรณีที่ไม่ต้องใช้สมาธิมาก เช่น ฟัง Podcast ที่ให้ความรู้ขณะล้างจาน
สรุป
การทำธุรกิจควบคู่ไปกับงานประจำ ไม่ใช่เรื่องของการหา “เวลาที่เหลือ” แต่เป็นเรื่องของการ สร้างและบริหารเวลา ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการใช้แนวคิด Time Currency ของ Ali Abdal คุณสามารถเริ่มต้นด้วย 4 เทคนิคนี้:
- Reality Check – รู้ให้ชัดว่าเวลาที่มีอยู่จริง ๆ มีเท่าไหร่
- The Want Factor – รู้ให้แน่ว่าทำไปเพื่ออะไร และย้ำเตือนตัวเองทุกวัน
- Time Creation Formula – ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นและใช้เวลาที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด
- Time Stacking – รวมงานประเภทเดียวกันและใช้เทคโนโลยีช่วยลดภาระ
หากคุณสามารถนำแนวคิดเหล่านี้ไปปรับใช้ได้ การทำธุรกิจควบคู่กับงานประจำก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป!
อ้างอิง: Ali Abdal – How to Make Time for a Side Hustle